Content (ยังไม่เสร็จสมบรูณ์)
สารบัญ
GHP Greater Attention
GHP Greater Attention คืออะไร ?
เหมือนหรือแตกต่างจาก GHP อย่างไร ?
.
.
“GHP Greater Attention” คำศัพท์นี้ อยู่ในข้อกำหนด GHP ข้อ 7.1.3 ซึ่งมีการพูดถึง GHP ที่ต้องการความใส่ใจมากขึ้น (GHP need greater attention )
เช่น ภายหลังกระบวนการปรุงสุกชิ้นเนื้อ แล้วเรามีการนำชิ้นเนื้อไปหั่นเป็นชิ้น …จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญมากๆ เพราะเป็นการหั่นเนื้อปรุงสุกซึ่งเป็นอาหารที่พร้อมรับประทานแล้ว ผู้ผลิตต้องให้ความใส่ใจในสุขลักษณะที่ดีเป็นพิเศษ ทั้งผู้ปฏิบัติงานและการทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องจักร เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน Listeria spp. ซำ้ภายหลังการฆ่าเชื้อได้ หากมีการทำความสะอาดที่ไม่มีประสิทธิภาพ
.
.
แล้วการให้ความใส่ใจและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ต้องทำอย่างไร ?
ยกตัวอย่างเช่น มีการทำความสะอาดที่มีความถี่มากขึ้น หรือที่เข้มงวดมากขึ้น มีการทวนสอบที่ถี่ขึ้นและมีการ Validation วิธีการทำความสะอาดที่กำหนดไว้
ซึ่งรายละเอียดการดำเนินงานเกี่ยวกับ “GHP Greater Attention” ก็สามารถกำหนดไว้ใน Procedure ที่เกี่ยวข้องได้เลย และไม่ได้จำเป็นต้องไปวิเคราะห์ใน HACCP เพื่อกำหนดเป็นมาตรการควบคุมอีกประเภท
.
.
หากกระบวนการผลิตมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และต้องการสร้างความตะหนักให้แก่พนักงาน ให้พนักงานมีความใส่ใจที่มากขึ้นหรือเข้มงวดมากขึ้น ก็กำหนดเป็นมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น อาจรวมถึงกำหนดวิธีการถอดล้างอุปกรณ์ที่ชัดเจน วิธีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ต้องได้รับการ Validation
.
.
บางโรงงานอาจจะไม่มี “GHP Greater Attention” ที่เกี่ยวเชื้อจุลินทรีย์ก็เป็นได้ เช่น โรงงานผลิตข้าวสารบรรจุถุง โรงงานผลิตอาหารกระป๋อง เป็นต้น
.
.
บางโรงงานพิจารณาแล้วมีความเสี่ยง อาจต้องกำหนด “GHP Greater Attention” เช่น โรงงานผลิตอาหาร Ready to Eat ที่มีบางขั้นตอนที่อาหารที่ปรุงสุกแล้วยังมีกิจกรรมต่อ (เช่น การสไลด์เนื้อปรุงสุก) เป็นต้น
.
.
โดยสรุปแล้ว เราจะเห็นได้ว่า “GHP Greater Attention” ก็คือ GHP อย่างหนึ่ง
.
.
และ “GHP Greater Attention” ก็ ”ไม่ใช่” มาตรการควบคุมประเภทใหม่ ที่ต้องมาทำการวิเคราะห์อันตรายใน HACCP เพื่อแยกเป็นมาตรการอีกประเภทหนึ่ง
.
.
มาตรการในการควบคุมอันตราย ตามหลักการของ Codex (General Priciple of food hygiene) ก็ยังคงมีกำหนดไว้ 2 ประเภท คือ GHP และ HACCP เช่นเดิม
.
.
โดย GHP จะเน้นการควบคุม Environmental Hygiene ส่วน HACCP ก็เป็น Process control
.
.
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามาตรการที่ใช้ในการควบคุมอันตรายในอาหารจะเป็น GHP (รวมถึง GHP Greater Attention ) หรือ HACCP ทั้งสองอย่างก็มีการกำหนดให้มีการเฝ้าระวัง การทวนสอบและการยืนยันความใช้ได้ตามวิธีการที่เหมาะสมเหมือนๆกัน
.
.
ไม่ว่ามันจะเป็น GHP หรือ HACCP เราในฐานะผู้ผลิตอาหาร ควรมีความตะหนักที่ดีต่อการผลิตอาหาร ใส่ใจในการควบคุมกระบวนการและสภาพแวดล้อมการผลิตที่ดี…สิ่งเรากำลังทำอยู่นี้ เค้าเรียกมันว่า “คุณค่า”
.
.
จงเห็น”คุณค่า” ของสิ่งที่เราทำ… ส่งต่อมันไปที่สินค้า …และส่ง “คุณค่า”ดีๆให้กับโลกใบนี้กันนะครับ
.
.
Ajarn Run
#GHP #GHPGreaterAttention #GreaterAttention
Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร ?
Verification (การทวนสอบ) คือ กิจกรรมที่มีการทำเพิ่มเติมจากการตรวจสอบเฝ้าระวัง (Monitoring)ปกติ เพื่อใช้เป็นหลักประกันว่าระบบมาตรฐานหรือมาตรการควบคุมต่างๆ ที่จัดทำขึ้นได้ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสุ่มผลิตภัณฑ์ตรวจวิเคราะห์ (Product testing), การตรวจติดตามภายใน (Internal Audit), การสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) , การประชุมทบทวน HACCP (HACCP review meeting) เป็นต้น
.
ส่วน Validation (การยืนยันความใช้ได้) หรือบางคนอาจแปลว่า “การตรวจสอบสภาพความใช้ได้” หรือ “การรับรองสภาพความใช้ได้” หรือ “การประเมินสภาพความใช้ได้” หรือ “การตรวจพิสูจน์ยืนยัน” … ก็แล้วแต่คนจะเลือกใช้ศัพท์นะครับ แต่ภาษาอังกฤษมีคำเดียว คือ “Validation”
.
Validation เป็นกิจกรรมหาหลักฐานที่แสดงถึงความถูกต้อง ความสอดคล้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาตรการการควบคุม ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สามารถจะควบคุมกระบวนการหรืออันตรายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
Validation …. บางท่านอาจเข้าใจว่ามันคือ การทดลองการให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่อุณหภูมิต่ำกว่าค่าวิกฤต (Critical Limit) นั่นแหละ...ซึ่งจริงๆ มันอาจดูเหมือนเป็นการแปลความหมายที่ผิดผลาดไปซะหน่อยนะครับ.... เช่น เราได้ผลการศึกษาจาก Process authority แล้วสรุปว่า ให้ฆ่าเชื้อกระป๋องที่ 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 นาที ซึ่งได้มีการศึกษาที่มีการควบคุมปัจจัยต่างๆ อย่างถูกต้องและมีงานศึกษา วิจัย เกี่ยวกับ Fo ที่ได้รับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถฆ่าเชื้อที่เป็นเป้าหมายได้ 12 Log
.
ใช่ครับ … ผมกำลังหมายถึงว่า Validation เราก็ไม่จำเป็นที่ต้องมานั่งทดลองการฆ่าเชื้อในกระป๋องในหม้อ Retort โดยตั้งอุณหภูมิที่ต่ำกว่าค่าวิกฤต (เช่น 119 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 นาที) แล้วส่งสินค้าไปตรวจวิเคราะห์ดูว่ามีเชื้อมันหลงเหลืออยู่ไหม ....ผมว่ามันไม่ค่อยมีประโยชน์อันใดเลย
.
สิ่งที่เราควรจะทำ ในการ Validation จากตัวอย่าง คือ การทดลองพิสูจน์ปัจจัยที่มีผลต่อการให้ความร้อนในขั้นตอนฆ่าเชื้อ (ในสถานการณ์ Worst case) มากกว่า เช่น การทบทวนการกระจายความร้อน (Temperature Distribution ) และ การซึมผ่านของความร้อน (Heat penetration) เป็นต้น.....นั่นแหละเค้าเรียกว่า Validation
.
.
สรุปด้วยคำพูดง่ายๆ
Verification คือ การประเมินประสิทธิภาพของการทำระบบ
ส่วน Validation คือ การประเมินความถูกต้องของมาตรการควบคุม
.
.
Validation มีอยู่ 2 ประเภท คือ Challenge Validation และ Process Validation เดี๋ยวบทความต่อไปมาอธิบายเพิ่มเติมกันนะครับ
.
Ajarn Run
#Validation #Verification #การตรวจสอบความใช้ได้ #การยืนยันความใช้ได้ #การทวนสอบ
อาหารระบุฉลาก Gluten free
ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า Gluten มันคืออะไรกันแน่ ?
.
กลูเตน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในเมล็ดธัญพืชบางชนิด ปกติพบในธัญพืชกลุ่ม ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต
ส่วนธัญพืชบางชนิดก็ไม่มีกลูเตนนะครับ เช่น ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวโพด
.
แล้วกลูเตนมันเป็นอันตรายหรือไม่ ?
จริงๆกลูเตนมันก็มีประโยชน์เหมือนกับสารอาหารโปรตีนทั่วไปนั่นแหละครับ แต่มันจะอาจเป็นอันตรายสำหรับบางคนเท่านั้น ที่ร่างกายมีปัญหาเกี่ยวระบบภูมิแพ้อาหาร คือ บางคนกินแล้วจะมีอาหารแพ้อาหาร เช่น มีผื่นคัน ลมพิษ เป็นต้น จึงต้องมีการผลิตอาหาร Gluten free ออกมาเพื่อคนกลุ่มที่แพ้กลูเตน
.
.
ที่นี้ก็กลับมาที่คำถามที่ว่า “อาหารชนิดไหนบ้างที่สามารถระบุฉลากว่า Gluten free ได้ ?”
.
คำตอบคือ มีอาหารอยู่ 4 ลักษณะ ที่สามารถระบุฉลาก Gluten free ได้ คือ
.
1) เมล็ดธัญพืช โดยธรรมชาติไม่มีกลูเตน เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ลูกเดือย เป็นต้น และพืชหัวที่โดยธรรมชาติไม่มีกลูเตน เช่น มันสำปะหลัง เผือก มันเทศ สาคู มันฝรั่ง กลอย บุก เป็นต้น
.
2) แป้งที่ได้จากข้อ 1) เช่น แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว แป้งสาคู แป้งท้าวยายม่อม เป็นต้น
.
3) ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของ 1) หรือ (2)
.
4) ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีธัญพืชที่มีกลูเตน เช่น ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต เป็นต้น แต่ได้ผ่านกระบวนการกำจัดกลูเตนและเหลือปริมาณกลูเตนทั้งหมดในผลิตภัณฑ์สุดท้าย 20 mg/Kg
.
ในฉลากนอกคำว่า Gluten free มันใช้คำอื่นได้ไหม?
.
เราสามารถใช้คำว่าใช้คำว่า “ไม่มีกลูเตน” ได้ครับ
แต่ถ้าเป็นอาหารที่ธรรมชาติมีกลูเตนอยู่แล้ว แต่ผู้ผลิตได้กำจัดมันออกไปแล้ว ให้ใช้คำว่า “ผ่านกระบวนการกำจัดกลูเตน” กำกับข้อความ “ไม่มีกลูเตน” หรือ “being specially processed to remove gluten” กำกับข้อความ “gluten free”ไว้ด้วยนะครับ
.
ส่วนคำถามที่ว่า “กิน Gluten Free แล้วจะผอมไหม?”
…อยากผอมก็ออกกำลังกาย เพราะไม่เกี่ยวกับกินกลูเตน หรือไม่กินกลูเตน เพราะอาหาร Gluten free บางชนิดก็ยังคงมีไขมัน นำ้ตาล พลังงานตามปกติของอาหารนั้นอยู่เช่นเดิม
.
.
Ajarn Run